วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

หลงรูป


 เด็ดดอกไม้ ด้วยสายตา เอามาให้

พร้อมหัวใจ จางจาง กลางรอยฝัน

ใช้น้ำค้าง ต่างดอกรัก ปักแจกัน

เอาลมฟั่น เกลียวใจ มิให้คลาย


เพียงแอบมอง เหมือนว่า จะกล้ารัก

ส่งใจทัก คนงาม สื่อความหมาย

จะค่ำเช้า กลางวันเย็น ไม่เว้นวาย

เพียงทักทาย ด้วยจิต คิดไปไกล


มองด้วย ความคิด จิตไม่ว่าง

เห็นทุกอย่าง ไม่ธรรมดา พาหลงใหล

ปรากฏการณ์ ผ่านจิต อาจผิดไป

มองภาพใน ปฏิทิน แล้วจินตนาการ

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ใจ

 


มีหัวใจ เก็บไว้ เพื่อให้รัก

ทั้งมีตัก เก็บไว้ เพื่อให้หนุน

ในใจมี โกดังรัก ซึ่งกักตุน

เอาไว้อุ่น รักเอื้อ เผื่อไว้เติม


แต่หัวใจ ปรากฏ หมดอายุ

บิ่นทะลุ เกินยอม ให้ซ่อมเสริม

ต้องเก็บไว้ ให้ดีดี  ณ ที่เดิม

ไม่ต้องเพิ่ม สายใยรัก มาถักทอ

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

จะฝันถึง


 

คืนนี้ฝัน ถึงใคร ดีไหมหนอ

ฝันไปต่อ ถ้ามีทาง ระหว่างฝัน

กลัวจะฝัน หลงทาง เสียกลางคัน

เพราะไม่มั่น หมายไป ที่ใดเลย


รอมีคน แนะทางให้ ฝันได้ถึง

แต่ทางซึ่ง จะฝันไป ที่ใครเอ่ย

จะฝันจริง หรือหลอก หรืองอกเงย

ค่อยเฉลย ว่าในฝัน เป็นฉันใด

ดอกไม้ สายลม


 


ก็เงียบเหงาเอาการบนลานกว้าง

ยามอ้างว้างห่างมิตรสนิทสนม

ยังดีที่มีดอกไม้และสายลม

ให้ชื่นชมและชื่นใจในบางคราว


ในคราวครั้งเดินทางไปต่างถิ่น

สัมผัสดินฟ้าไกลกับไอหนาว

ไม่ทันคิดฝันเฟื่องเป็นเรื่องราว

นิยายยาวแห่งชีวิตคิดไม่ทัน


จึงเพียงดูสิ่งดีดีที่เห็นได้

จารึกไว้กลางใจไม่ต้องฝัน

จะได้ไม่ฝันค้างแค่กลางคัน

ไม่ต้องปันใจเผื่อเพื่อคนงาม


มองดอกไม้มีสายลมพัดพรมผ่าน

ก็เบิกบานภายในความไหวหวาม

สงบสว่างพร่างพราวจิตคิดคำความ

ก็คล้อยตามสิ่งแวดล้อมที่ย้อมใจ

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

ตาม


 บางครั้งปลีกตัวตนพ้นพงหนาม

ห่างไกลความวุ่นวายหลายสถาน

เมื่อสมาธิสติค่อนจะหย่อนยาน

รับสถานการณ์บางเรื่องแล้วเคืองใจ


ภูมิปัญญาไม่กล้าแกร่งเข้มแข็งน้อย

หลายอย่างพลอยสับสนเกินทนไหว

เมื่อบ้านเมืองโดนคนเหิมเติมเชื้อไฟ

เกรงจะไหม้บ้านเมืองเรื่องร้ายแรง


พยายามตามให้ทันการปั่นกระแส

ความจริงแท้หรือเนื้อในมีอะไรแฝง

ทุกเรื่องราวการกระทำย่อมสำแดง

หลายย้อนแย้งบ่งบอกชี้ถึงฝีมือ


ต้องเตรียมตัวแต่ไม่เตรียมใจเผื่อ

เพราะไม่เชื่อเหล่าแสดงแสร้งทำซื่อ

เงียบภายในไยภายนอกออกเลื่องลือ

ควรต้องรื้อสิ่งแหลกเหลวในเร็ววัน

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

พร

 



สิ่งศักดิ์สิทธิ์สิ่งดีดีมีอยู่ทั่ว

อยู่ในตัวคนดีดีมีมากหลาย

เมื่อทำดีดีย่อมกันอันตราย

พรมากมายอยู่ที่ตัวและหัวใจ


พรดีดีมีอยู่ตนเป็นคนสร้าง

ไม่ต้องอ้างอาราธนามาจากไหน

"อัตตาหิ อัตตโน นาโถ"ไง

ไม่มีใครสร้างดีชั่วให้ตัวเรา

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เกร็ดกลอน 4 : สั้นๆตามอารมณ์ผู้เขียน

 

สงบนิ่งแต่มิใช่ไม่รู้สึก
ทั้งตื้นลึกรู้เห็นว่าเป็นไฉน
รู้เลือกมืดหรือสว่างเส้นทางไป
ประคองใจให้มั่นคงไม่หลงทาง





สรงน้ำพระที่วัดเขาจัดให้
ชำระใจไปบ้างห่างตัณหา
คงเหลือแต่กิเลสให้เวทนา
มีปัญญาแต่เรื่องเขลาหนักเอาการ






สวัสดีทุกท่านผ่านไอร้อน
แอบซุกซ่อนไอเย็นเล่นซ่อนหา
ใจเย็นร้อนด้อยดีงามตามเวลา
ให้ทนฝ่าทุกสถานการณ์จนผ่านไป







สวัสดีปิยมิตรด้วยจิตคารวะ
ขอพรพระส่องทางสว่าสงบ
ให้ท่านดลแต่สิ่งดีที่พานพบ
ได้มีครบในสิ่งซึ่งท่านพึงมี

หมายเหตุ จะทยอยเติมเรื่อยๆครับ



เกร็ดกลอน 3 : สวัสดีวันใดก็ได้

สุขไม่สุขก็ตนเป็นคนสร้าง
ถ้าอยู่อย่างอยู่เป็นก็เห็นสุข
ไม่สนใจกับการพบพานทุกข์
เสพสนุกตามมีที่ชอบธรรม





เมื่อเป็นคนธรรมดาจิตกล้าแกร่ง
กายแข็งแรงพร้อมสรรพรับร้อนหนาว
เรียนรู้จากประสบการณ์ผ่านเรื่องราว
อยู่ยืนยาวเพราะรู้การอยู่เป็น




ให้สุขกายสบายใจไม่รู้จบ
ให้ได้พบสิ่งดีที่ปรารถนา
ให้หล่อสวยงดงามตามเวลา
ให้สูงค่าแห่งวิถีความดีงาม




.
อยากอะไรก็ขอให้ได้ตามอยาก
เรื่องที่ยากก็ขอให้ง่ายล้นเหลือ
สิ่งที่ขาดก็ขอให้ได้มาเจือ
สิ่งที่เบื่อก็ขอให้ได้ชอบแทน




ให้มีกินมีใช้ห่างไกลโรค
ให้มีโชคมีอำนาจวาสนา
ให้อายุสูงวัยโดยไม่ชรา
ให้หน้าตาเพริศพริ้มเพราะอิ่มบุญ





เพียงความคิดและจิตใจไม่ขุ่นหมอง
เราก็ครองสุขดีงามตามประสา
ทำกายแกร่งและสดใสต้านภัยชรา
เห็นคุณค่าในตัวตนทุกคนมี





ให้ทุกวันเป็นวันดีของชีวิต
ให้ทุกมิตรคือมิตรดีมีความหมาย
ให้ชีวิตปลอดทุกข์มีสุขสบาย
ให้บั้นปลายชีวิตมีแต่ดีงาม

 

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เกร็ดกลอน2 : สวัสดีตามวัน

 

1.สวัสดีวันอาทิตย์


วันอาทิตย์หรือวันไหนใจเปี่ยมสุข

อยู่กับยุคปัจจุบันอันสดใส

ทำชีวิตสดชื่นฉ่ำอ่าอำไพ

ทั้งกายใจเปี่ยมสุขทุกกรณี

2. สวัสดีวันจันทร์


สวัสดีวันจันทร์อันสดใส
ปรุงแต่งใจกายงามสื่อความหมาย
กับชีวิตที่เฉิดฉันผ่องพรรณราย
ดังจันทร์ฉายแสงนวลให้ชวนชม

3. สวัสดีวันอังคาร


สวัสดีวันอังคารสำราญจิต
ท่ามกลางมิตรเพื่อนพ้องผองสหาย
ผู้ปราดเปรื่องเรืองวิชาวัยท้าทาย
สุขภาพกายแข็งแรงแกร่งเกินวัย.


4. สวัสดีวันพุธ


สวัสดีวันพุธบริสุทธิ์รัก
เพื่อทายทักปิยมิตรที่คิดถึง
ด้วยห่วงหาอาทรย้อนคำนึง
เมื่อก่อนซึ่งผูกพันสร้างสรรค์งาน



5. สวัสดีวันพฤหัสบดี


ถ้าแปลความคิดเห็นเป็นคำพูด
ก็พิสูจน์ว่าคิดเห็นเป็นไฉน
หลายสิ่งคิดมิควรเก็บไว้ในใจ
อย่าปล่อยให้บางความคิดปิดใจตน




6. สวัสดีวันศุกร์



จะศุกร์หรือไม่ศุกร์ก็สุขเถิด
เพราะเราเกิดใช่เพื่อทุกข์ยุคไหนไหน
เมื่อกุศลกรรมทำเพื่อสร้างหนทางไว้
ก็ก้าวไปในทางสุข..นะทุกคน



7.สวัสดีวันเสาร์



ให้วันเสาร์มีหลักไว้พักจิต
กรองความคิดดีงามมีความหมาย
ปกป้องกันสรรพขุ่นหลากวุ่นวาย
ปัดอันตรายทุกเหตุแห่งเภทภัย



เกร็ดกลอน1 : สวัสดีตามวัน

 1. สวัสดีวันอาทิตย์


ให้พรในตัวท่านบันดาลสุข
ละวางทุกข์ด้วยปัญญาพาสงบ
เพราะตัวท่านนั้นมีความดีครบ
พ้องพานพบสิ่งดีที่งามพร้อม


2. สวัสดีวันจันทร์


จะวันนี้หรือวันไหนเมื่อใจสงบ
ก็จะพบสิ่งดีงามมีความหมาย
ยิ่งรู้ใช้ธรรมปัญญายิ่งพาสบาย
จะสุขง่ายและสุขแท้แผ่กลางใจ

3. สวัสดีวันอังคาร


ให้อยู่เย็นเป็นสุขไร้ทุกข์โศก
อยู่กับโลกปัจจุบันอย่างหรรษา
เข้าใจโลกเห็นธรรมะ..ตถตา
รู้ธรรมดาทุกสิ่งเป็นเช่นนั้นเอง

4. สวัสดีวันพุธ


ไม่มีใครมอบทุกข์หรือสุขให้
สุขทุกข์ใดเกิดตามทุนบุญกุศล
ก่อกรรมดีย่อมจะมีสิ่งดีดล
ทุกทุกผลเกิดจากเหตุที่เจตนา


5.สวัสดีวันพฤหัสบดี


กุศลกรรมนำทางสว่างสงบ
ให้ได้พบสิ่งดีดีที่เหมาะสม
ไม่เลิศลอยไม่ด้อยค่าอิ่มอารมณ์
เป้นธรรมห่มปกป้องกันผองภัย


6. สวัสดีวันศุกร์


ถ้ารู้ธรรมถึงธรรมก็ล้ำเลิศ
ย่อมก่อเกิดบุญกุศลมากล้นหลาย
ธรรมจะช่วยปกป้องผองอันตราย
เพราะใจกายถึงวัตรปฏิบัติธรรม


7. สวัสดีวันเสาร์


ให้เป็นคนธรรมดาที่มีความสุข
รู้ทันทุกข์และดับได้ไร้ปัญหา
รู้จักเหตุปัจจัยเอื้อเหนืออัตตา
ใช้ปัญญาทางธรรมนำทางชีวิต
 

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

เจ็ดสิบแปด




 เป็นเท่าที่เป็นได้พอใจแล้ว

อยู่ในแนวธรรมชาติไม่ผาดโผน

ประสบการณ์ผ่านโลกไม่โชกโชน

ไม่ห้อยโหนอิงกระแสแต่อย่างใด


ใช้ชีวิตคิดว่างามตามประสา

หมั่นพัฒนาความรู้เพื่อสู่สมัย

ปรับตัวตนให้สอดรับกับวันวัย

ตามปัจจัยเอื้อเน้นความเป็นจริง


จึงเป็นอยู่เรียบง่ายแบบสายสงบ

รู้ว่าพบความงมงายในหลายสิ่ง

ที่เป็นเหมือนขยะใจจึงได้ทิ้ง

ทำตนยิ่งอยู่เรียบง่ายสบายดี


บางครั้งคราวมีปัญหาดูสาเหตุ

เป็นเพียงเศษเสี้ยวชีวิตไม่คิดหนี

สุขภาพกายถดถอยทยอยมี

ไม่เกินที่จะรักษาตามอาการ


เจ็ดสิบแปดไม่นับค่อยปรับเพิ่ม

ช่วยคอยเติมตามพลังแห่งสังขาร

หรือนับตอนร้อยกว่ากว่าถ้าอยู่นาน

จะมี"ญาณ" หรือจะ"ยาน"สักปานใด